หลุมดำ รู้จักหลุมดำ หรือ ดวงดวงที่ไม่มีใครมองเห็นมันได้

หลุมดำ

ก่อนที่เราจะพูดเกี่ยวกับ หลุมดำ โลกมนุษย์ได้สูญเสียบุคคลสำคัญมากๆ ทางด้านของวิทยาศาสตร์ไปใน วันที่ 14 มีนาคม ซึ่งวันดังกล่าวนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของสุดยอดของบุรุษที่เปรียบเสมือนกันกับเป็น นักรักในเรื่องของฟิสิกส์

 หลุมดำ

เขาคนนั้นก็คือ อัลเบิร์ต ไอสไตน์ แต่ทว่ากลับจำเป็นที่จะต้องมาเผชิญกับเรื่องราวสุดเศร้าใจในยามเช้า เมื่อนักฟิสิกส์ที่มีนามว่า สตีเฟน ฮอว์คิง นั้นก็ได้มีการเสียชีวิตลงไป เขาผู้นี้คือชายผู้ที่ไร้เสียงนั่งบนวีลแชร์ แต่ทว่าทำไมใครหลายๆคนนั้นกลับเป็นผู้ที่คนทั่วโลกต่างก็ให้ความสนใจ พร้อมกับมีการยกย่องให้เกียรติผู้เขาเป็นจำนวนมาก

 

ดวงดวงที่ไม่มีใครมองเห็นมันได้

สมมุติว่าถ้าหากตัวของผมนี้จะบอกว่า ในโลกใบนี้มีดวงดาวดวงหนึ่งอยู่ แต่ทว่ามันกลับไม่มีแสงสว่างและมนุษย์เราก็มองมันไม่เห็น คุณจะเชื่อที่ผมพูดมั้ย แน่นอนว่าใครหลายต่อหลายคนก็มักจะตอบคำถามผมว่าไม่เชื่อ แล้วคุณล่ะเคยเดินไปตามบริเวณหาดทรายบ้างมั้ย แล้วก็เห็นรอยเท้าของใครสักคนที่ได้มีการทิ้งเอาไว้มั้ย แล้วเราจะรู้มั้ยว่าใครทิ้งรอยของเท้านั้น ซึ่งเราไม่มีทางที่จะรู้ แต่ทว่าคนที่รู้ว่าเขามีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้ แน่นอนว่าดวงดาวก็เป็นเช่นเดียวกัน

John Michell  หลุมดำ

ทางด้านของ Gilbert Michell เขาได้สอนลูกของเขาที่มีชื่อว่า John Michell เอาไว้บนหาดทรายก่อนที่เขานั้นจะตาย เราไม่เคยได้ยินชื่อของสองคนพ่อลูกใช่มั้ยละ ดังนั้นให้คุณลองไปอ่านต่อสิ John Michell นั้นได้มีการจินตนาการถึงเหล่าบรรดาดวงดาวดวงหนึ่ง ดังที่พ่อของเขาได้กล่าวเอาไว้ว่าอย่างไร และในตอนนี้เขาผู้นี้ก็ได้กลายเป็นนักดาราศาสตร์ที่มีความเชี่ยวชาญ และเขาก็ยังกลายเป็นนักฟิสิกส์ที่เก่งกาจและมีชื่อเสียงมากเสียด้วยนะ

ดวงดาวที่แสนมืดมิด ไม่มีสิ่งใดที่จะสามารถหลุดรอดออกมาได้ แม้กระทั้งแสงก็ไม่สามารถรอดผ่านออกมาได้ นั้นก็คือ Dark Star แล้วคุณจะรู้ได้อย่างไรว่า เหล่าบรรดาดาวดวงนี้มักมีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้จริงๆ เพราะว่าดูเหมือนตามรอยเท้าของมันเท่าไร รอยเท้าของดวงดาวนี้ก็ยังคงมีแต่ความมืดมิดเท่านั้น ประกอบกับความมืดมิดนี้คืออะไร จะบอกให้ก็ได้มันก็คือแรงโน้มถ่วงยังไงละ

มาสมมุติว่าให้เหล่าบรรดาดวงดาวนี้มีการโคจรอยู่บริเวณรอบๆ มันก็มักจะมีการหมุนอยู่รอบอะไรสักอย่างอยู่ เพียงแต่ว่าเรานั้นไม่สามารถมองเห็น หรือคิดคำนวณออกมาได้แล้วคุณก็จะพบว่ามันมีมวลอยู่จริงๆ

และมวลที่เรากล่าวถึงนี้ คือดวงดาวมืดมิดที่เขาฝันหามาตลอด ดังนั้นเราต้องมาทำความเข้าใจภายในความคิดของเข้าที่มาประมาณ 200 ปีมาแล้ว ดาวมืดมิดดวงนั้นของเขาก็คือ หลุมดำ ที่มีชื่อเรียกในปัจจุบันนี้นั้นเอง

มารู้จักกันกับ หลุมดำ ของไอสไตน์

มารู้จักกันกับ หลุมดำ ของไอสไตน์

ย้อนกลับไปเมื่อช่วงปี ค.ศ. 1912 หลังจากที่ทางด้านของไอสไตน์ นั้นได้มีการออกมาตีพิมพ์เรื่องราวเกี่ยวกับ ทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป ออกไปให้เหล่าบรรดาโลกกว้างทั้งได้อ่านกัน โดยเนื้อหาที่ไอสไตน์  ได้มีการนำเสนอไปนั้น ได้กล่าวถึงความโน้มถ่วงที่มีผลกระทบกับพฤติกรรมของแสงนั้นเอง แต่ทว่าสิ่งหนึ่งที่เขาก็ยังคงรู้สึกปวดหัวมากกับตัวทฤษฎีของเขาเอง นั้นก็คือ ทางด้านของไอสไตน์ นั้นมีความรู้สึกที่ว่าทฤษฎีของเขานั้นมีช่องโหว่บ้างอย่างอยู่ คำว่าช่องโหว่ที่เราได้กล่าวนี้ ก็คือ สิ่งที่เหล่าบรรดานักฟิสิกส์หลายต่อหลายคนนั้นได้มีความคิดเห็นเห็นโต้แย้ง และก็มีการถกเถี่ยงจนกลายประเด็นกันอย่างเมามัน นั้นคือ หลุมดำนี้เอง

ทางด้านของ Albert Einstein นักวิทยาศาสตร์ระดับตำนานแห่งยุคสมัย ในวัยแก่

Albert Einstein ได้มีการกล่าวเกี่ยวกับหลุมดำเอาไว้ว่า ภายในความคิดของไอสไตน์นั้นเป็นสิ่งที่ไม่วันเกิดขึ้นมาได้ หรือ ไม่มีวันที่จะเป็นไปได้ เพราะว่าไม่มีทางใดเลยที่จะมีวัตถุขนาดใหญ่อะไรก็ตามที่อยู่ภายในเอกภพที่มีแรงโน้มถ่วงเป็นอนันต์ได้ เพราะว่าไม่อย่างนั้นมันก็จะกลายเป็นจุดดำๆที่เรามองไม่เห็น เพราะว่าสิ่งเหล่านี้มันไม่ยอมให้แสงสว่างสามารถหลุดรอดออกมาจากหลุมดังกล่าวได้เลย

ทางด้านของ Albert Einstein นักวิทยาศาสตร์ระดับตำนานแห่งยุคสมัย ในวัยแก่

แน่นอนว่าความคิดของเขานั้นก็ยังมีความซับซน ถกเถียงกันอยู่ในสมอง แต่ทว่าสิ่งที่เขาเรียกว่าการทดลองทางด้านของความคิด ในช่วงสุดท้ายเรื่องราวของการถกเถียงต่างๆก็ต้องจบลงไป เนื่องจากทางด้านของ ไอสไตน์ นั้นได้มีการออกมายอมรับว่าความคิดของเขานั้นมีข้อผิดพลาด และก็เกิดเป็นศาสตร์แห่งใหม่ขึ้นมา ส่งผลทำให้โลกของเรานี้สามารถศึกษาเรื่องราวต่างๆที่มีความเกี่ยวข้องกันกับหลุมดำโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องราวเหล่านี้ ถือว่าเป็นเรื่องราวที่เพิ่งจะมีการยอมรับจากความจริงของชายรายหนึ่ง

หลุมดำที่อยู่ภายในจินตนาการ

เรียกได้ว่าเป็นฝ่ายที่บอกเกี่ยวกับหลุมดำนั้นมีอยู่จริง แต่ทว่าในสมัยนั้นโลกของเรายังไม่ได้รู้จักเรื่องของ กล้องโทรทรรศน์วิทยุ ดังนั้นการที่จะพิสูจน์ว่าหลุมดำมีตัวจนจริงๆ ก็ย่อมเป็นไปไม่ได้เลย นอกเสียจากว่าจะมีการใช้วิธีอ้อมในการคำนวณเอาเท่านั้น

มันเป็นเรื่องราวที่ค่อนข้างไร้สาระมากๆ เพราะว่ามันให้เรานั้นกลายเป็นคนที่ตาบอด และก็ยังอาศัยอยู่บนต้นไม้ที่สูงห่างจากพื้นดินมากๆอีกด้วย ส่งผลทำให้เราไม่สามารถที่จะรับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับสภาพของพื้นดินได้เลย แต่ทว่าเราก็เป็นมดที่มีความฉลาดมากๆ เนื่องจากเราสามารถที่จะคำนวฯได้ว่า พื้นดินนั้นมันควรที่จะมีลักษณะเป็นเช่นไร ได้บ้าง