ต้นกำเนิดของ ระบบสุริยะ จะประกอบไปด้วย?

ระบบสุริยะ

ต้นกำเนิดของ ระบบสุริยะ ก็จะประกอบไปด้วย ดวงอาทิตย์และวัตถุอื่น ๆ ที่สามารถโคจรรอบๆของดวงอาทิตย์ เนื่องมาจากแรงโน้มถ่วง ได้แก่ ดาวเคราะห์ 8 ดวงกับดวงจันทร์ ที่มีบริวารที่ถูกค้นพบแล้วทั้งหมดจำนวน 166 ดวง โดยแบ่งออกเป็น ดาวเคราะห์แคระ 5 ดวงกับดวงจันทร์บริวารที่ค้นพบแล้วทั้งสิ้น 4 ดวง กับวัตถุขนาดเล็กอื่น ๆ อีกนับล้านกว่าชิ้น ซึ่งรวมไปถึง ดาวเคราะห์ดวงน้อย วัตถุในแถบไคเปอร์ ดาวหาง สะเก็ดดาว และฝุ่นระหว่างดาวเคราะห์ เป็นต้น

ระบบสุริยะ

การแบ่งกลุ่มของดาวเคราะห์ใน ระบบสุริยะ

โดยทั่วไปแล้วจะมีการแบ่งกลุ่มของย่านต่าง ๆ ภายในระบบสุริยะ นับมาจากดวงอาทิตย์ออกมา ดังต่อไปนี้คือ ดาวเคราะห์ชั้นในจำนวนทั้งสิ้น 4 ดวง แถบดาวเคราะห์น้อย ดาวเคราะห์ที่มีขนาดใหญ่รอบนอกอีกจำนวน 4 ดวง และแถบไคเปอร์ ซึ่งก็จะประกอบไปด้วยวัตถุที่เย็นจัดเป็นน้ำแข็ง ที่มีการพ้นจากแถบไคเปอร์ออกไปเป็นเขตแถบจานกระจาย รวมไปถึงขอบเขตเฮลิโอพอส และพ้นไปหลังจากนั้นก็คือย่านของเมฆออร์ต

ทั้งนี้ยังได้มีกระแสพลาสมาที่ไหลออกจากดวงอาทิตย์ (หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าลมสุริยะ) ที่มักจะมีการแผ่ตัวไปทั่วระบบสุริยะ สร้างโพรงขนาดใหญ่ขึ้นภายในสสารระหว่างดาวเรียกกันว่า เฮลิโอสเฟียร์ ซึ่งแน่นอนว่าจะมีการขยายออกไปจากใจกลางของแถบจานกระจาย

นอกจากนี้ดาวเคราะห์ชั้นเอกทั้งหมด 8 ดวงภายในระบบสุริยะ ที่ได้มีการเรียงลำดับจากใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดออกไป มีดังนี้นั้นก็คือ ดาวพุธ ดาวศุกร์ โลก ดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์ ดาวยูเรนัส และดาวเนปจูน เป็นต้น

ระบบสุริยะ

เริ่มนับตั้งแต่เมื่อช่วงกลางปี ค.ศ. 2008 ได้มีวัตถุขนาดย่อมๆกว่าดาวเคราะห์จำนวนทั้งหมด 5 ดวง ที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นดาวเคราะห์แคระ ได้แก่ ซีรีส ในแถบของดาวเคราะห์น้อย กับวัตถุอีก 4 ดวงที่ได้มีการโคจรรอบดวงอาทิตย์อยู่ภายในย่านพ้นดาวเนปจูน คือ ดาวพลูโต เฮาเมอา มาคีมาคี และ อีรีส เป็นต้น

ทั้งนี้ทางเรายังได้มีดาวเคราะห์ทั้งหมด 6 ดวง และ ก็มีกลุ่มของดาวเคราะห์แคระอีก 3 ดวง ซึ่งมักจะมีดาวบริเวณโคจรอยู่บริเวณรอบ ๆ ทางเรามักจะเรียกกลุ่มดาวบริวารเหล่านี้ว่า ดวงจันทร์ ตามอย่างดวงจันทร์ของโลก นอกจากนี้แล้วเหล่าบรรดาดาวเคราะห์ที่อยู่ชั้นนอกก็ยังได้มีวงแหวนของดาวเคราะห์รอบล้อบตัวอยู่อันประกอบไปด้วย เศษฝุ่นและก็มีอนุภาคขนาดเล็ก

สำหรับคำว่า ระบบดาวเคราะห์ จะถูกใช้งานก็ต่อเมื่อกล่าวถึงระบบดาวโดยทั่วไปที่มีวัตถุต่าง ๆ ที่ได้มีการโคจรรอบดาวฤกษ์ คำว่า “ระบบสุริยะ” ควรใช้เฉพาะกับระบบดาวเคราะห์ที่มีโลกเป็นสมาชิก และก็ไม่ควรเรียกว่า “ระบบสุริยจักรวาล” อย่างที่เรียกกันติดปาก เนื่องมาจากมันไม่เกี่ยวข้องกับคำว่า “จักรวาล” ตามนัยที่ใช้ในปัจจุบัน

ประวัติการค้นพบและการสำรวจ

ระบบสุริยะ

นับเป็นเวลาตั้งแต่หลายพันปีในอดีตกาลที่เหล่าบรรดามนุษยชาติไม่เคยรับรู้มาก่อนว่ามีสิ่งที่เรียกว่า ระบบสุริยะ แต่ทว่าเดิมที่นั้นมนุษย์เชื่อว่า โลกเป็นศูนย์กลางจักรวาลที่อยู่นิ่ง พร้อมกับมีดวงดาวต่าง ๆ โคจรไปรอบ ๆ ผ่านไปบนท้องฟ้า ถึงแม้ว่านักดาราศาสตร์และนักคณิตศาสตร์ชาวอินเดียที่มีชื่อ Aryabhata และนักปรัชญาชาวกรีก Aristarchus จะเคยมีแนวคิดเกี่ยวกับการที่ดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางจักรวาล และก็จัดลำดับจักรวาลเสียใหม่ แต่ทว่าผู้ที่สามารถคิดค้นแบบจำลองทางคณิตศาสตร์เพื่อที่จะทำการพิสูจน์แนวคิดนี้ได้สำเร็จเป็นคนแรกคือ นิโคเลาส์ โคเปอร์นิคัส ในคริสต์ศตวรรษที่ 17 พร้อมกับมีผู้สืบทอดแนวทางการศึกษาของเขาต่อมา คือ กาลิเลโอ กาลิเลอี โยฮันเนส เคปเลอร์ และ ไอแซค นิวตัน โดยที่พวกเขาพยายามทำความเข้าใจระบบทางฟิสิกส์และเสาะหาหลักฐานการพิสูจน์ยืนยันว่า โลกสามารถเคลื่อนไปรอบ ๆ ดวงอาทิตย์ และดาวเคราะห์ทั้งหลายที่มีความแตกต่างก็ดำเนินไปภายใต้กฎทางฟิสิกส์แบบเดียวกันนี้

ภายในยุคหลังต่อมาจึงเริ่มมีการสืบสวนค้นหาปรากฏการณ์ทางภูมิธรณีต่าง ๆ เช่น เทือกเขา แอ่งหิน ปรากฏการณ์สภาพอากาศที่แปรเปลี่ยนตามฤดูกาล รวมไปถึงการศึกษาเกี่ยวกับเมฆ พายุทราย และยอดเขาน้ำแข็งบนดาวเคราะห์ดวงอื่น ๆ อีกด้วย