สสารมืด (Dark matter) พลังงานมืด คล้าย พายุเฮอริเคน

สสารมืด

ผลจากการคำนวณล่าสุดของเหล่าบรรดานักดาราศาสตร์ พบว่า กำลังมีกระแสของกลุ่ม สสารมืด (Dark matter) ที่มองไม่เห็นและไม่อาจจะรู้สึกได้ด้วยวิธีการสัมผัส ซึ่งกำลังพัดกระหน่ำโลก และ ระบบสุริยะ ด้วยอัตราการความเร็วสูงถึง 500 กิโลเมตรต่อวินาที โดยมีความคล้ายคลึงกันกับพายุเฮอริเคนที่มีความรุนแรงสูงค่อนข้างมาก

สสารมืด

หลักฐานบ่งบอกถึง สสารมืด (Dark matter)

หลักฐานการค้นพบดังกล่าวนี้มาจากข้อมูลของกล้องโทรทรรศ์ของอวกาศกายอา (Gaia) ซึ่งได้มีการตรวจพบว่ามีสายธารของกลุ่มดาวฤกษ์ (Stellar stream) ที่มีชื่อว่า S1 ภายในกาแล็กซีของทางช้างเผือก มีเส้นทางที่กำลังพุ่งเข้าปะทะกันกับระบบสุริยะอย่างจัง

สายธารของกลุ่มดาวฤกษ์ ชื่อว่า S1 ประกอบไปด้วยกลุ่มดาวฤกษ์มากกว่า 30,000 ดวง ซึ่งเป็นส่วนที่หลงเหลืออยู่ หลังจากดาราจักรแคระได้ถูกทำลายไปแล้วในอดีต ก่อนที่จะถูกดึงดูดเข้ามารวมอยู่เป็นส่วนหนึ่งของกาแล็กซีของทางช้างเผือกเท่านั้น

ทางด้านของ ดร.เซียราน โอแฮร์ นักฟิสิกส์ทฤษฎีชื่อดังของจากมหาวิทยาลัยซาราโกซาของประเทศสเปน ได้ออกมาตีพิมพ์รายงานดังกล่าวในวารสาร Physical Review D. โดยที่มีการระบุว่า ถึงแม้การพุ่งชนของสายธารกลุ่มดาวฤกษ์ดังกล่าวจะไม่ก่อให้เกิดอันตรายกับโลกและระบบสุริยะ แต่ทว่าอาจสันนิษฐานได้ว่าสายธารดังกล่าวได้พัดพาเอา “สสารมืด” ซึ่งเป็นโครงสร้างต้นกำเนิดของดาราจักรแคระในอดีตมาด้วย

สสารมืด (Dark matter) พลังงานมืด

โอกาสของนักวิทยาศาสตร์ที่ได้พบสสารมืด

หลังจากที่เกิดปรากฏการณ์ดังกล่าวนับว่าเป็นโอกาสอันดีมากของเหล่าบรรดานักวิทยาศาสตร์ที่จะได้พยายามเข้าไปตรวจจับและศึกษาสสารมืดอย่างใกล้ชิด เนื่องมาจากก่อนหน้านี้พวกเขายังไม่เคยมีโอกาสที่จะตรวจจับสสารมืดได้โดยตรงมาก่อนเลย

กว่า 80 ปีที่ผ่านมา ที่เหล่าบรรดานักวิทยาศาสตร์ได้มีการตั้งข้อสังเกตว่าจักรวาลน่าจะมีสสารอยู่มากกว่าที่พวกเราจะสามารถสังเกตเห็นได้ โดยที่การเคลื่อนที่ของกลุ่มดวงดาวและกาแล็กซี ได้มีการบ่งชี้ว่า จักรวาลน่าจะมีสสารที่มองไม่เห็น หรือ “สสารมืด” เป็นองค์ประกอบรวมอยู่อีกด้วย

จากผลการศึกษาล่าสุดได้ออกมาชี้ว่า ในจักรวาลประกอบไปด้วยพลังงานและสสารธรรมดาเพียงแค่ 4% แต่ทว่ากลับมีสสารมืดอยู่ 26% และพลังงานมืดอีกมากกว่า 70% เท่ากับว่าจักรวาลประกอบไปด้วยสสารและพลังงานมืดสูงถึง 96% เลยทีเดียว

นอกจากนี้ในปี ค.ศ. 1998 ที่ผ่านมา ยังมีการค้นพบว่า ภายในจักรวาลกำลังขยายตัวในอัตราเร่งแทนที่จะขยายตัวช้าลงตามความเข้าใจเดิมของเหล่าบรรดานักวิทยาศาสตร์ ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะพลังงานมืด (Dark energy)